เกาะสุมาตรา (Sumatra หรือ Sumatara หรือ Sumatera)
คือเกาะที่มีขนาดเป็นอันดับ 6 ของโลก (มีขนาดประมาณ 470,000 กม.²)
และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย
ที่มาของชื่อ
ในสมัยโบราณ เกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาสันสกฤตว่า สุวรรณทวีป
(เกาะทอง) และสุวรรณภูมิ (แผ่นดินทอง)
ทั้งนี้ก็เพราะมีการพบทองคำบนที่ราบสูงของเกาะแห่งนี้
ส่วนนักภูมิศาสตร์ชาวอาหรับ เรียกเกาะนี้หลายชื่อ ได้แก่ ลามรี,
ลามุรี, ลามบรี และรามนี (Lamri , Lamuri, Lambri , Ramni)
ในคริสต์ศตวรรษที่ 10- 13
โดยหมายถึงอาณาจักรที่อยู่ใกล้กับเมืองบันดุงอาเจะห์ในปัจจุบัน
ซึ่งเป็นจุดแรกที่พ่อค้าที่เดินเรือมักแวะมาขึ้นฝั่ง
ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ชื่อสุมาตราเป็นที่นิยมเรียกกันมาก
โดยหมายถึงอาณาจักรซามูดรา (สมุทร) ซึ่งกำลังเรืองอำนาจ
แต่นักเขียนชาวยุโรปในศตวรรษที่ 19
พบว่าชาวพื้นเมืองไม่มีคำเรียกชื่อเกาะแห่งนี้
ภูมิศาสตร์
แกนที่ยาวที่สุดของเกาะอยู่ในแนวตะวันตกเฉียงเหนือไปตะวันออกเฉียงใต้ โดยผ่านเส้นศูนย์สูตรตรงกลาง พื้นที่ด้านในของเกาะแบ่งเป็น 2 เขตทางภูมิศาสตร์ใหญ่ ๆ คือ เทือกเขาบารีซัน (Barisan Mountains) ทางตะวันตกและพื้นที่ลุ่มทางตะวันออกทางตะวันออกเฉียงใต้คือเกาะชวา แบ่งด้วยช่องแคบซุนดา ทางเหนือคือคาบสมุทรมาเลย์ แบ่งด้วยช่องแคบมะละกา ทางตะวันออกคือเกาะบอร์เนียว แบ่งด้วยช่องแคบการีมาตา (Karimata Strait) ทางตะวันตกของเกาะคือมหาสมุทรอินเดียสันหลังของเกาะคือเทือกเขาบาริซาน ภูเขาไฟในภูมิภาคนี้ทำให้เกาะนี้มีทั้งพื้นดินอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพอันสวยงามเช่น รอบ ๆ ทะเลสาบโตบา (Lake Toba) นอกจากนี้ ยังมีแร่ถ่านหินและทองคำด้วยทางะวันออก แม่น้ำใหญ่พัดพาเอาตะกอนดินจากภูเขา ทำให้เกิดลุ่มกว้างขวาง พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการเกษตร อย่างไรก็ดี
พื้นที่นี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่ออินโดนีเซียเป็นอย่างมาก
สุมาตราผลิตน้ำมันทั้งจากบนดินและใต้ดิน ("from above the soil and
underneath") กล่าวคือ ผลิตทั้งน้ำมันปาล์มและปิโตรเลียม
พื้นที่ส่วนใหญ่ของสุมาตราเคยปกคลุมด้วยป่าชื้นเขตร้อน
เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ลิงอุรังอุตัง สมเสร็จ และ
เสือสุมาตรา และพืชพรรณที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น แรฟเฟิลเซีย
(Rafflesia) อย่างไรก็ดี การพัฒนาทางเศรษฐกิจ
ร่วมกับการคอร์รัปชันและการทำไม้ผิดกฎหมาย
ทำให้มีพื้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้
พื้นที่อนุรักษ์ยังถูกทำลายด้วย